หน้าแรก บล็อก หน้า 4
เรียกได้ว่าอีกหนึ่งเรื่องราวระหว่างมิตรภาพ ณ หาดแขวงเภา อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า "Danai Akayapun" ได้โพสต์คลิปสุนัขกำลังว่ายน้ำมาคาบถุงพลาสติกใบหนึ่งลอยอยู่กลางทะเล ก่อนจะว่ายน้ำกลับเข้าเกาะตามเดิม พร้อมระบุข้อความว่า ไอ้กำนันตำนานหมาติดเกาะที่ไม่ยอมขึ้นเรือวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ และได้ไปจอดเรือตกปลาข้างเกาะหวังใน ไอ้กำนันก็เห่าเรียกขออาหารเป็นปกติ ถ้ามีเรือตกปลามาตกแถวนี้มันก็จะเห่าเรียกขออาหาร วันนี้เลยให้ไก่ทอด 2 ชิ้น ใส่ถุงโยนลงทะเลไปให้มัน จากนั้นมันจะว่ายน้ำออกมาเพื่อมาเอาอาหาร พาไปกินบนเกาะ ที่ผ่านมาสุนัขจะมีอยู่ 2 ตัว ชื่อกำนันกับผู้ใหญ่ ไอ้ผู้ใหญ่จากไปแล้วเหลือแต่เจ้ากำนัน ซึ่งมันติดเกาะและอยู่มาประมาณ 5 ปีแล้ว และเคยมีเรือชาวบ้านผ่านมา แล้วก็พามันขึ้นเรือมาด้วย แต่มันจะกระโดดลงน้ำทุกครั้ง ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านเลยเรียกมันว่า "ไอ้กำนันหมาเฝ้าเกาะ" คลิป
เรียกได้ว่าโด่งดังไปที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ เจ้ามะระ ลูกสุนัขสีน้ำตาลขาว จากคลิปกวักมือเรียกเจ้าของ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Patompong Kan Meemeng ได้โพสต์คลิปดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด 8 ก.ย. มีคนเข้ามาดูคลิปดังกล่าวแล้วเกือบ 2 ล้านครั้ง คลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสโด่งดัง เพราะความน่ารักของเจ้ามะระ ที่เจ้าของเรียกให้ออกมาจากใต้ท้องรถ แต่เจ้าตัวไปยอมออกมา ซ้ำยังยกเท้าหน้าขึ้นมาทำท่าคล้ายกวักมือเรียกเจ้าของให้เข้าไปหา ซึ่งเจ้าของก็ทั้งบ่นอุบทั้งขำกับความดื้อของเจ้ามะระ ล่าสุด เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ตัดสินใจตั้งเพจ มะระ กะ มะลิ เพื่ออัปเดตความน่ารักของสุนัขจร เจ้ามะระ ลูกสุนัขสีน้ำตาลขาว และเจ้ามะลิ ลูกหมาสีน้ำตาลดำ ที่ตนเองเพิ่งรับมาอุปการะได้ไม่นาน โดยมีคุณแม่เป็นแอดมินเพจ ภาพจาก มะระ กะ มะลิ น่ารักมากๆ ภาพจาก มะระ กะ มะลิ ภาพจาก มะระ กะ มะลิ ภาพจาก มะระ กะ มะลิ ภาพจาก มะระ กะ มะลิ ภาพจาก มะระ กะ มะลิ คลิป ขอบคุณ Patompong Kan Meemeng
วินาทีนี้ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครมาแรงเท่า นักแสดงรุ่นใหญ่แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ที่มาออกรายการ Club Friday Show เป็นครั้งแรกถึงชีวิตในวัยรุ่นและเส้นทางการก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง ซึ่งเรื่องหนึ่งที่แซม ออกมาเปิดใจคือชีวิตตอนเด็กเข้าสู่วงการบันเทิงโดยการขัดใจคุณพ่อที่เป็นทหารยศใหญ่ โดยแซมบอกว่าก่อนหน้าพี่สาว ก็เคยโดยชวนเข้าวงการมาแล้ว แต่คุณนั้นห้ามไม่ให้เข้าวงการจนมาถึงตาแซม เมื่อเข้าไปขอคุณพ่อกลับได้คำตอบว่าให้ตั้งใจเรียนไม่ต้องไปทำงานในวงการ จนแซมต้องสนกลับไปว่าแล้ว”คุณพ่อมีภรรยาที่เป็นนางงานทำไม” เล่นเอาทั้งสองคนเกิดรอยร้าวพอสมควรในตอนนั้น ทั้งนี้ชีวิตวัยเด็กของแซมนั้นถือว่าเป็นคุณหนูมีคนขับรถไปรับ – ส่ง นอกจากนี้ยังมีความเป็นระเบียบเอามากๆด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหารเมื่อถึงเวลาผ่อนคลายคุณพ่อจะเล่นดนตรีให้คนในครอบครัวฟัง ทั้งนี้คุณแม่ ของแซมฉีกจากคุณพ่อทุกอย่างจะไม่ค่อยอยู่ในกรอบ แซมจึงสนิทกับคุณแม่ ในส่วนของรอยร้าวต่างๆที่สะสมไว้ทำให้แซมตัดสินใจไม่คุยกับคุณพ่ออีกเลย โดยเหตุการณ์หนึ่งที่ตอกย้ำรอยร้าวของแซมกับพ่อคือเรื่องที่แซมไม่ยอมไปโรงเรียนเนื่องจากต้องการให้คุณแม่ไปด้วยเพราะครูที่โรงเรียนนั้นปลื้มคุณแม่มากถึงขนาดยอมนวดขาให้คุณแม่ แถมยังต้องนอนเฝ้าจนเช้ามาคุณแม่เบี้ยวแซมจนแซมไม่ยอมไปโรงเรียน ขอให้แม่ไปส่งก็ยังดี จนคุณพ่อมาเห็น จับแซมเอาน้ำราดอกจนแซมหลุดปากพูดคำหยาบกับพ่อว่า “กูไม่กลัวมึงหรอกไอ้แก่” จนเวลาผ่านไปคุณพ่อเสียก็ยังไม่ได้ขอโทษ จนมาได้มีโอกาสขอโทษตอนวันที่มีลูกชาย ทั้งนี้แซมได้บอกเหตุผลว่าเป็นเพราะช่วงอายุของแซมที่ห่างจากคุณพ่อกว่า 60 ปี และตอนนั้นแซมมีอายุเพียง 18 – 19 ปี เท่านั้น โดยแซมได้มารู้ภายหลังว่าเขาคือลูกคนเดียวที่มีหน้าตาเหมือนคุณพ่อมากที่สุด นอกจากนี้ด้านความรักของแซมก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะเมื่อได้เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นดีเจเปิดเพลงซึ่งสมัยนั้นการเป็นดีเจไม่ใช่ใครจะมาเปิดได้ ด้วยความหล่อของแซมทำให้มีสาวๆเข้ามาขายขนมจีบตลอดเวลาแต่แซมไม่คิดว่าการที่ เป็นคนเฟรนลี่ จะทำให้สาวๆหลายคนคิดว่าเขามาจีบเพราะนิสัยส่วนตัวของแซมจริงๆนั้นเป็นคนไม่เจ้าชู้ โดยแซมเล่ามาเมื่อต้องไปเปิดเพลงตามต่างจังหวัดต้องเปิดห้องไว้สองห้องเพื่อให้สาวๆไม่รู้ว่าเขาอยู่ห้องไหนเพราะมีสาวๆมาเคาะ ประตูตลอด นอกจากนี้ยังมีสาวๆขับรถมารับถึงที่เรียนจนต้องบอกเพื่อนให้ไปดูว่าคันไหนมาเพราะหลายคันมาและจะให้เพื่อนไปดูให้แต่บางครั้งก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะตอนนั้นเพียงเคยอยากกลับบ้าน นั้นเป็นเพราะแซมออกจากบ้านมาใช้ชีวิตเองตั้งแต่อายุ 16 – 17 จึงทำให้เป็นผู้ใหญ่มากๆ นอกจากนี้เหตุการณ์ที่สาวๆหึงหวงแซมถึงขั้นประกาศออกไมค์ในงานที่แซมไปเปิดเพลงว่า “ขอสนุกด้วยคนสิ” นอกจากนี้ด้านความรักของแซมก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะเมื่อได้เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นดีเจเปิดเพลงซึ่งสมัยนั้นการเป็นดีเจไม่ใช่ใครจะมาเปิดได้ ด้วยความหล่อของแซมทำให้มีสาวๆเข้ามาขายขนมจีบตลอดเวลาแต่แซมไม่คิดว่าการที่ เป็นคนเฟรนลี่ จะทำให้สาวๆหลายคนคิดว่าเขามาจีบเพราะนิสัยส่วนตัวของแซมจริงๆนั้นเป็นคนไม่เจ้าชู้ โดยแซมเล่ามาเมื่อต้องไปเปิดเพลงตามต่างจังหวัดต้องเปิดห้องไว้สองห้องเพื่อให้สาวๆไม่รู้ว่าเขาอยู่ห้องไหนเพราะมีสาวๆมาเคาะ...
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าประทับ ที่โลกออนไลน์มีการแชร์จำนวนมาก จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Anuchit Uncharoen ที่ได้โพสต์เล่า เรื่องราวของสุนัขตัวหนึ่ง ที่ถูกทิ้งข้างทางนานกว่า 2 ปี ไม่ยอมไปไหน แม้จะมีคนเอาไปเลี้ยง มันก็ยังกลับมารออยู่เดิมทุกๆ วัน ซึ่งผู้โพสต์เล่าว่า เมื่อวานพาลูกชายขับมอไซด์เล่นเมื่อวานประมาณ 17:30น. เจอพี่ผู้หญิงคนนึง เอาข้าวมาให้น้องหมา ตัวในภาพแล้วก็นั่งคุยกะน้องหมา ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรคิดแต่ว่าพี่เค้าคงเป็นคนรักหมา แกใจดีจังเลย และในวันนี้เวลาประมาณ 17:50 น. ผมก็ได้ขับรถผ่านที่เดิมแล้วเผอิญก็เจอพี่แกเอาข้าวมาให้น้องหมาอีก เลยได้ถามความเป็นไปเรื่องน้องหมากะพี่แก พี่แกเล่าว่าหมา ตัวนี้ถูกทิ้งไว้บริเวณนี้มานาน2 ปีได้แล้ว เมื่อก่อนที่แกมาเจอแรกๆ น้องหมาตัวนี้เป็นโรคเรื้อนมีแผลทั่วตัว ขนก็แทบไม่มี พี่แกก็ไปซื้อยามาทารักษาจนหายมีสภาพแบบในรูป แกเคยเอาน้องหมาไปเลี้ยงที่บ้านแต่มันก็กลับมาอยู่ที่นี่อีก สุดท้ายแกก็ได้แค่แวะมาดูแลทันทุกวันให้ข้าวให้น้ำ เห็นแล้วรู้สึกประทับใจและสงสารมันนั่งรอเจ้าของมันแบบนี้เกือบทุกวันรอให้เจ้าของกลับมารับ แต่ดูแล้วคงไม่มีวันจะเป็นไปได้ ท่านใดพอรู้จักเจ้าของช่วยบอกต่อด้วยนะครับ ผมไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ขอบคุณพี่สาวใจดี ไม่ได้ถามชื่อแต่เห็นบอกว่าอยู่บ้านแคน #ใครผ่านไปแวะเอาข้าวให้น้องได้ครับ พิกัด สะพานข้ามห้วยรากไถ ถนนสายร้อยเอ็ด-วาปีปทุม เส้นทางระหว่างบ้านขอนแก่น ไป บ้านโนนสะอาด เฟซบุ๊ก Anuchit Uncharoen เฟซบุ๊ก Anuchit Uncharoen ขอขอบคุณ เฟซบุ๊ก Anuchit Uncharoen
หนุ่มเห็นตำรวจเดินตรงเข้ามาหา ลูกสาวไม่ได้ใส่หมวก วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆมานำเสนอ เป็นเรื่องราวของนายตำรวจท่านหนึ่งเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่กำลังกลับจากไปรับลูกที่โรงเรียน เมื่อวันที่ 6 ก.ย.มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งใช้ชื่อว่า ธนันชัย งามแสง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เห็นเดินมาที่แรก เอาแล้วโดน แน่ๆ ไม่ใส่หมวก แต่ที่ไหนได้คุณตำรวจเดินเอาหมวกมาใส่ให้ลูกสาว แล้วก็เตือนว่าที่หลังให้ใส่หมวกทุกๆครั้ง ชอบครับแบบนี้ โพสต์ดังกล่าว ชอบแบบนี้ ขอบคุณมากๆเลยคุณตำรวจ น่ารักมากๆ ตำรวจดีก็ยังมีอยู่ คิดว่าจะโดนใบสั่งซะแล้ว ทีหลังใส่หมวกทุกๆครั้งนะ เป็นเรื่องราวดีๆอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทุกคนได้เห็นภาพตำรวจไม่ได้ตั้งด่านออกใบสั่งอย่างเดียวนะจ๊ะ ขอบคุณ ธนันชัย งามแสง เรียบเรียง siamvariety
บังเกิดเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ประหลาดที่ทำเอาหลายคนที่พบเห็นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่าเกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น กับคลิปวีดีโอปรากฏการณ์ทางธรรมชาติล่าสุด ที่เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เผยให้เห็นภาพของมวลเมฆลอยเคลื่อนต่ำมาก ลักษณะคล้ายหมอกหนาทึบ หรือคลืนสึนามิ ที่เกือบจะกลืนบ้านเรือนของประชาชนไปทั้งหลัง ที่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวบ้านผู้บันทึกคลิปวีดีโอภาพปรากฏการณ์ประหลาดนี้เป็นอย่างมาก รวมไปถึงเมื่อถูกเผยแพร่ออกไป ยังได้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็บอกเป็นภาพที่สวยงามที่น้อยครั้งจะมีโอกาสได้เห็น ในขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นภาพธรรมชาติที่น่ากลัว คล้ายสัญญาณเตือนของภัยพิบัติ และพากันแชร์ส่งต่อออกไปในโลกสังคมออนไลน์นับพัน ๆ ครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริเวณริมโขงในจังหวัดใดของประเทศไทย ภาพในคลิป ภาพในคลิป คลิป ขอบคุณ ชีวิตพอเพียง
จากกรณี เหตุการณ์ไฟไหม้บ้านนักเรียนหญิงชั้น ม.6 ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เมื่อกลางดึกวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวกรณีนี้อย่างมาก เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าที่เพิ่งเสียทั้งพ่อและแม่ รวมถึงตายาย ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้น ม.2-ม.5 และบ้านที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายวอดทั้งหลังนี้ เป็นบ้านในโครงการทับทิมสยาม 03 ของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ส่งผลให้นักเรียนหญิงรายนี้ไร้ที่อยู่อาศัย ตกอยู่ในสภาพที่สิ้นเนื้อประดาตัว แม้กระทั่งชุดนักเรียน ชุด รด.และของใช้ส่วนตัวทั้งหมด ถูกไฟไหม้เสียหายหมด ต้องอาศัยบ้านญาติในปัจจุบัน โดยมีชุมชนและหน่วยงานพยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือตามอัตภาพ เร่งหาซื้อชุดนักเรียนและปักชื่อให้ใหม่ เพื่อให้เธอสามารถไปโรงเรียนได้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ย.2562 จากการลงพื้นที่เพื่อพบกับ น.ส.จิรัดสยา อิ่มกระสัง หรือน้องตอง อายุ 18 ปี เจ้าของบ้าน ที่บ้านเลขที่ 112 ม.9 ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ตั้งอยู่ซอย 9 ล็อก 7 สภาพบ้านโครงการฯ ถูกไฟไหม้จนตัวบ้านชั้น 2 พังถล่มลงมา...
วันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทน เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ ยื่นหนังสือ ต่อ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อขอให้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งมีหลักการ ให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยบำนาญ 3,000 บาท เดือน แทนการได้เงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพเป็นเบี้ยบํานาญทั่วหน้า เพื่อให้ทุกคนเสมอภาค จัดสรรงบประมาณประเทศใหม่ จัดเก็บภาษีที่มีเดิมให้มีประสิทธิภาพ พิจารณาการลดหย่อนภาษีใหม่ โดยเฉพาะภาษีจากการค้าการลงทุน ปรับลดงบที่ไม่จำเป็นลงและเปลี่ยนเงินสงเคราะห์ต่างๆ ที่ซ้ำซ้อนมาพัฒนาระบบสวัสดิการทั่วหน้า โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้มีการระดมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เข้าชื่อกันรวม 10,000 รายชื่อแล้ว เพื่อผลักดันระบบบำนาญแห่งชาติให้เป็นจริง โดยหวังให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล พิจารณาสนับสนุนกฎหมายที่มาจากเจตนารมณ์ของประชาชนและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกพรรคการเมืองจะดำเนินการและมีแนวทางที่ร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นจริง แม้ว่าปัจจุบันจะมีระบบสวัสดิการเชิงบังคับ เช่น พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่บังคับให้ลูกจ้างต้องร่วมจ่ายเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ตามที่กำหนด หรือ สวัสดิการข้าราชการที่รัฐสนับสนุนจ่ายให้ 100% แต่กลับครอบคลุมเพียง 10-15 ล้านคน เท่านั้น ในขณะที่คนไทยอีกกว่า 50 ล้านคน ไม่มีหลักประกันด้านสวัสดิการใดๆ ทางเครือข่ายจึงได้รวมตัวกันขับเคลื่อน ผลักดันนโยบายการจัดรัฐสวัสดิการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี และเห็นว่า...
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562 มีรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ก Degree Degree เผยเรื่องราวการเสียชีวิตของ น้องแก้ม เด็กหญิงวัย 1 ขวบเศษ ที่เสียชีวิตหลังจากแม่นำไปฝากเลี้ยงที่บ้านพี่ของสามี ซึ่งทางฝั่งเลี้ยงอ้างว่า น้องแก้มมีอาการท้องเสีย ก่อนเสียชีวิต โดยโพสต์ดังกล่าว ระบุข้อความว่า "จากเด็กที่ร่าเริงหน้าตาหน้ารัก ต้องมาเสียชีวิตกับคนที่ใจร้าย ไปฝากแค่ 2 คืนกับอีก 1 วัน ด.ญ.ณัฐธิดา *** หรือน้องแก้ม ตายเพราะสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ ทุกคนต้องการสาเหตุกันทั้งนั้น ไปถามคนที่เลี้ยงน้องแก้มว่าน้องเป็นอะไร คำตอบก็คือน้องท้องเสีย แต่ตอน น้องแก้มอยู่กับแม่เขาเอง น้องแก้มไม่ได้เจ็บไข้ น้องร่าเริงดี แต่พอไปฝากค่ะ ไว้แค่ 2 คืนกับ 1 วัน น้องกลับเสียชีวิต แต่ถ้าทุกคนสงสัยว่าทำไมแม่น้องแก้มถึงไปฝากไว้กับพี่ของแฟน สาเหตุนี้ค่ะคือพี่สาวของน้องแก้มท้องเสียเหมือนกัน แม่น้องแก้มเลยต้องไปเฝ้าพี่สาวของน้องแก้ม พี่สาวน้องแก้มคือ น้องเบญ น้องเบญไปกินทุเรียนที่บ้านย่า เลยท้องเสียเหมือนกัน แม่ของน้องแก้มเลยรีบพาไปโรงพยาบาล ถึงต้องไปฝากไว้กับย่า หลังจากไปฝากไว้ 2 คืนกับ 1 วัน ประมาณเที่ยง เขาพาน้องแก้มมาหาแม่ ตอนที่เขาพามา น้องแก้ม...
เรียกได้ว่าหากเอ่ยชื่อคงไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับ ฉลอง ภักดีวิจิตร ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละครโทรทัศน์ มีฉายาที่วงการภาพยนตร์ขนานนามให้คือ เจ้าพ่อหนังแอ็คชั่น มีผลงานกำกับภาพยนตร์ไทยอย่าง เรื่องทอง 1 และ ทอง 2 หลังจากช่วงปลายปี 2557 มีข่าวสะเทือนวงการว่าผู้กำกับระดับตำนาน ฉลอง ภักดีวิจิตร ในวัย 88 ปี ในตอนนั้นถูกพี่สาวของภรรยาไล่ออกจากบ้านย่านเมืองทองธานี หลังแต่งงานกับ เล็ก พิมพ์สุภัค อินทรีย์ วัย 43 ปี ภรรยาที่มีอายุห่างกันถึง 45 ปี จนต้องออกไปซื้อบ้านหลังใหม่อยู่เอง ต่อมา ฉลอง ภักดีวิจิตร ก็ออกมาปฎิเสธถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากนั้น…หลายคนก็ไม่ได้ข่าวคร่าวของ ฉลอง ภักดีวิจิตร อีกเลย จนกระทั้่งล่าสุดผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอผุ้กำกับรุ่นใหญ่อีกครั้งก็เลยไม่พลาดอัพเดทชีวิตครอบครัว รวมไปถึงความรัก ซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่า ตนมีหลานๆ ที่จัดงานให้ ปีนี้ก็ 88 ปีแล้วแต่อายุก็เป็นเพียงตัวเลข ตอนนี้ตนก็ยังทำงานอยู่ สมองเวลานี้ยังใช้การได้ดี ร่างกายได้เคลื่อนไหวทุกวัน บางคนบอกว่าไม่น่าถึง 88 เลย น่าจะสัก65 ตนมีบุญอย่างนึงคือสุขภาพดี ไม่มีโรคภัยอะไร ยังอยู่สร้างความบันเทิงได้อีกนาน ทำหนังทำละครให้ประชาชนที่เป็นที่รักตลอดไป แถมฉลอง ภักดีวิจิตร...

MOST POPULAR

HOT NEWS